วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562

มอเตอร์กันระเบิด คือ??


      มอเตอร์กันระเบิด (Air Power Gearmotors) จะต้องใช้ควบคู่กันกับปั๊มลม ส่วนมากใช้ในการทำงานบางพื้นที่ พื้นที่เฉพาะที่มีความเสี่ยงต่อการระเบิด หรือไวไฟ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีแก๊สอาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ เช่น ใช้ในงานขุดเจาะน้ำมัน, โรงงานน้ำมัน,โรงงานอุตสาหกรรมสารเคมี,หรืองานที่ป้องกันวัตถุไวไฟ เป็นงานที่จำเป็นต้องใช้มอเตอร์กันระเบิดที่มีมาตรฐานเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานมากขึ้น
ชนิดของอุปกรณ์ป้องกันการระเบิด ใช้สัญลักษณ์ EX_  โดยกำหนดตัวภาษาอังกฤษตัวเข้าเป็นเครื่องหมายบ่งบอก ดังต่อไปนี้
“n” ไม่เกิดประกายไฟ คือ ในขณะทำงานจะต้องไม่มีการจุดประกายไฟ อนุญาตให้ใช้ในพื้นที่ Zone2
“e” เพื่อความปลอดภัย คือ การป้องกันเหมาะสมกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่มีการจุดระเบิดในขณะการใช้งาน
“d” ป้องกันการระเบิด คือ ต้องป้องกันไม่ให้เกิดการระเบิดในส่วนพื้นที่ต้องปิดมิดชิด เพื่อป้องกันการเกิดประกายไฟ 
“p” อัดแรงดันอากาศภายใน คือ ส่วนประกอบทั้งหมดของอุปกรณ์ไฟฟ้าสามารถเกิดประกายไฟหรือจุดระเบิดได้ ต้องอยู่ในพื้นที่ปิด
ชนิดของมอเตอร์กันระเบิด
1. แบ่งตามหลักของมอเตอร์ แยกเป็นมอเตอร์ซิงโครนัสป้องกันการระเบิด, มอเตอร์ซิงโครนัสป้องกันการระเบิดและมอเตอร์
2. แบ่งตามสถานที่การใช้งาน แยกเป็นสำหรับใช้ในเหมืองถ่านหิน, มอเตอร์กันระเบิดสำหรับใช้ในโรงงาน
3. แบ่งตามหลักการป้องกัน แยกเป็นมอเตอร์ที่ป้องกันเปลวประกายไฟ, มอเตอร์ป้องกันการระเบิดของฝุ่น
การแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 โซน
      
   ทางบริษัท เมคคานิก้า จำกัด มีจำหน่ายปั๊มลมที่สามารถนำไปประกอบกันกับมอเตอร์กันระเบิดได้อย่างปลอดภัย 100%  สินค้ามีคุณภาพแถมยังได้รับมาตรฐานการรับรองจากต่างประเทศอีกด้วย เพื่อความปลอดภัยระมัดระวังในการใช้งาน ควรจะต้องมีการเลือกมอเตอร์กันระเบิดมาใชในอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อความปลอดภัยของทุกคนค่ะ โดยทาง บริษัท มีมอเตอร์กันระเบิด ยี่ห้อ Gast สินค้านำเข้าจากอเมริกา จำหน่ายค่ะ

หากต้องการสินค้าสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
Hotline 02-011-1000, 02-615-7030
088-227-6541
Line ID : @vacuumpump



วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562

วิธีการเลือกปั๊มลม


วิธีการเลือกปั๊มลม
      ปั๊มลม (Air Compressor) คือ อุปกรณ์ที่ทำให้กำเนิดแรงดันลม โดยมีส่วนประกอบหลักๆ 3 ส่วน ได้แก่ 1.หัวปั๊มลม 2.ถังเก็บลม 3.เครื่องทำลมแห้ง (Air Dryer)
วิธีการทำงานก็คือ การที่หัวปั๊มลม จะอัดลมเก็บไว้ในถังเก็บลม โดยมีมอเตอร์เป็นตัวต้นกำลังขับเคลื่อนเพื่อให้การทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

วิธีการเลือกปั๊มลม
1.หัวปั๊มลมควรผลิตด้วยวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงและคุณภาพที่ดี
2.มีความคงทนต่ออุณหภูมิและการใช้งาน
3.เกจ์ความดันควรผลิตจากสแตนเลสเพื่อป้องกันสนิม ป้องกันแรงสั่นสะเทือนเพื่อช่วยทำให้การใช้งานทนทานมากยิ่งขึ้น
4.ระบบตัดอัตโนมัติเมื่อมอเตอร์ใช้กระแสสูงผิดปกติ เพื่อป้องกันความปลอดภัยแก่ตัวเครื่องและผู้ใช้งาน
5.เคลือบสีกันสนิมทั้งด้านในและด้านนอก

การติดตั้งปั๊มลม
1.ควรตรวจสอบสภาพปั๊มลมให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน หากมีจุดชำรุดตรงบริเวณใดบริเวณหนึ่งต้องทำการแก้ไขก่อนที่จะทำการติดตั้งเครื่อง
2.ควรวางปั๊มลมให้มีระยะห่างจากกำแพงอย่างน้อย 15 เซนติเมตรเพื่อสะดวกในการถอดหรือประกอบอะไหล่
3.ควรวางปั๊มลมในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่ควรมีฝุ่นละอองและมีความร้อนชื้น

การดูแลบำรุงรักษาปั๊มลม ควรสังเกตฟังเสียงของปั๊มลมอยู่ประจำ หากมีเสียงที่ผิดปกติต้องหยุดการทำงานของปั๊มลมทันทีเพื่อหาจุดที่ต้องแก้ไข และหมั่นตรวจสอบทำความสะอาดปั๊มลมอยู่เสมอเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของปั๊มลมให้ยาวนานยิ่งขึ้น

ยี่ห้อของปั๊มลมที่บริษัท เมคคานิก้า จำกัด ที่มีจำหน่าย
1.ยี่ห้อ GAST ระบบ Oil Free Piston เป็นรุ่นแบบลูกสูบที่ไม่ใช้น้ำมัน มีแค่มอเตอร์อย่างเดียว ให้เสียงที่เงียบ นิยมใช้ในงานทันตกรรม , ห้องทดลองวิทยาศาสตร์ หรือใช้ในระบบดับเพลิง เป็นต้น
2.ยี่ห้อ JUN-AIR มีทั้งระบบที่ใช้น้ำมันและไม่ใช้น้ำมัน ใน Set มีทั้งมอเตอร์และถังเก็บลมพร้อมใช้งานได้เลย ทำลมสูงสุดได้ 8 บาร์
3.ยี่ห้อ Medi AIR มีถังที่ใหญ่ ให้เสียงเงียบ มีแรงม้าที่เยอะกว่า ทำลมสูงสุดได้ 8 บาร์ หากต้องการแรงดันสูงๆ มีเป็นแบบ Scroll Air Pump ที่สามารถทำลมได้ 10 บาร์ เหมาะสำหรับใช้ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ใช้ในระบบดับเพลิง เป้นต้นหรือ งานที่ต้องการ Pressure สูงๆ เป็นต้น

หากสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Hotline 02-011-1000, 02-615-7030
088-008-2310, 088-227-6541
Line ID : @vacuumpump
www.mechanika.co.th



วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2562

วิธีการใช้งานเครื่องเติมอากาศ Hiblow


วิธีการใช้งานเครื่องเติมอากาศ Hiblow
       หลังจากที่มีคุณลูกค้าสอบถามข้อมูลกันมาอย่างล้นหลามเกี่ยวกับเครื่องเติมอากาศ Hiblow วันนี้เรามีวิธีการใช้งานเบื้องต้นมาแนะนำกันด้วยนะคะ ขอเริ่มต้นที่วิธีการติดตั้งเครื่องเติมอากาศกันเลยดีกว่า

1.ควรติดตั้งเครื่องเติมอากาศไว้ให้อยู่เหนือระดับน้ำเสมอ เพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับของของเหลว หรือน้ำเข้าเครื่องเติมอากาศ
2.ควรติดตั้งเครื่องเติมอากาศไว้ในร่มหรือในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ห้ามติดตั้งในพื้นที่ที่มีน้ำไหลนอง
3.ควรติดตั้งสายดินเพื่อลดการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร
4.หลังจากที่มีการเดินท่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการอุดตันเกิดขึ้น

หลักการทำงานของเครื่องเติมอากาศ 
1. ความทนทาน ส่วนที่เคลื่อนไหวของปั๊มคือ แท่งแม่เหล็กซึ่งเกิดจากการสั่นสะเทือนของแผ่นยางสังเคราะห์พิเศษ 2 เท่านั้น จึงทำให้ปั๊มทำงานได้ต่อเนื่องและยาวนาน
2. ไม่ต้องใช้น้ำมัน ไม่มีการเสียดทานระหว่างแท่งแม่เหล็กและแผ่นยาง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใส่น้ำมันในตัวปั๊ม เป็นให้ได้อากาศที่สะอาด
3. เล็กกะทัดรัด ปั๊มอากาศประกอบด้วย ดับเบิ้ลไดอะแฟรม (มีไดอะแฟรม 2 อัน) อยู่ที่ด้านหน้าและด้านหลังวางตำแหน่งที่สมดุลกัน
4. ประสิทธิภาพที่สูง การทำงานของปั๊มอยู่บนพื้นฐานของการเคลื่อนไหวของแม่เหล็กไฟฟ้า โดยปราศจากการใช้งานของอุปกรณ์ในปั๊มจึงทำให้มีการกินไฟน้อย และได้ประสิทธิภาพที่สูง
5. ปริมาณลมที่สม่ำเสมอ ปริมาณลมที่ระบายออกจากปั๊มเกิดจากระบบลมที่ทำงานและการเคลื่อนไหวสม่ำเสมอของแม่เหล็กไฟฟ้าด้วยเหตุผลนี้ จึงให้ได้ปริมาณที่สม่ำเสมอจากตัวปั๊ม
6. เสียงเงียบ ปั๊มถูกออกแบบให้ฉนวนเก็บเสียงและระบบลมที่ทำงานดีเยี่ยมเพื่อลดเสียงดังของการทำงาน
7. บำรุงรักษาง่าย ปั๊มถูกออกแบบให้อุปกรณ์ชิ้นส่วนในปั๊มทำงานอย่างอิสระ จึงทำให้ง่ายและสะดวกต่อการเปลี่ยนอะไหล่ที่ชำรุด

วิธีการดูแลรักษา
1. ควรดูแลรักษาไส้กรองอากาศทุกๆ เดือน หรือตามสภาพบริเวณติดตั้ง
2. ดูแลปลั๊กไฟให้อยู่ในสภาพที่สำหรับพร้อมใช้งาน ไม่มีรอยชำรุด

       วิธีการติดตั้งรวมไปถึงวิธีการดูแลรักษาของเครื่องเติมอากาศ Hiblow ไม่ยากอย่างที่คิดไว้เลยใช่มั๊ยค่ะ สามารถนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะนำไปใช้เติมออกซิเจนในบ่อน้ำ,บ่อปลา,หรือระบบน้ำเสียก็สามารถนำไปใช้งานได้ค่ะ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Hotline : 02-011-1000, 02-615-7030
Mobile : 086-314-9276
Line ID : @airpump
www.mechanika.co.th   

วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2562

บำบัดน้ำเสียกับ SANCO




      
       ปัจจุบันวิกฤตน้ำเสียที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ทำให้คุณภาพของน้ำอยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมาโดยตลอดซึ่งเหตุผลหลักๆเกิดขึ้นจากกิจกรรมของมนุษย์ เราสามารถพบเห็นการก่อน้ำเสียได้โดยทั่วไปไม่ว่าจะเป็นการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมฟาร์มปศุสัตว์ การเกษตร เป็นต้น

น้ำเสียแบ่งได้เป็นประเภทดังนี้


1. น้ำเน่า ได้แก่ น้ำที่มีสารอินทรีย์ปะปนอยู่มาก จุลินทรีย์ใช้ออกซิเจนในการย่อยสลายจนเหลือละลายอยู่น้อย น้ำมีสีดำคล้ำและอาจส่งกลิ่นเหม็นเนื่องจากการปล่อยก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) จากการย่อยสลายของแบคทีเรียชนิดที่ไม่ใช้ออกซิเจน (anaerobic bacteria)


2. น้ำขุ่นข้น ได้แก่ น้ำที่มีสารแขวนลอย สารละลาย รวมทั้งสารอินทรีย์เจือปนอยู่จำนวนมาก ทำให้น้ำมีสีเปลี่ยนไปจากเดิม เช่น สีดำ สีแดง สีเขียวหรือสีเทา เป็นอุปสรรคต่อการนำมาใช้ประโยชน์ในการสังเคราะห์แสงของพืชน้ำและการดำรงชีวิตของสัตว์


3. น้ำร้อน ได้แก่ น้ำที่ได้รับการถ่ายเทความร้อนจากน้ำทิ้ง จนมีอุณหภูมิสูงกว่าที่ควรจะเป็นตามธรรมชาติ ส่วนมากเกิดจากการระบายน้ำหล่อเย็นจากโรงงานอุตสาหกรรมลงสู่แหล่งน้ำ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตและการแพร่พันธุ์ของสัตว์น้ำและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ โดยทำให้ออกซิเจนละลายในน้ำน้อยลง


4. น้ำที่มีคราบน้ำมัน ได้แก่ น้ำที่มีน้ำมันหรือไขมันเจือปนอยู่มากจนเป็นอุปสรรคต่อการถ่ายเทออกซิเจนลงสู่แหล่งน้ำหรือการดำรงชีวิตของสัตว์และพืชน้ำ ส่วนมากเกิดจากการปล่อยน้ำเสียจากชุมชนลงสู่แหล่งน้ำ การอุตสาหกรรมและการขนส่งทางน้ำ


5. น้ำเป็นพิษ ได้แก่ น้ำที่มีสารเป็นพิษเจือปนอยู่ในระดับที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์และสัตว์น้ำ เช่น สารประกอบของปรอท ตะกั่ว สารหนู เป็นต้น


6. น้ำที่มีเชื้อโรค,หรือจุลินทรีย์ ได้แก่ น้ำที่มีเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคทางเดินอาหาร โรคตับ โรคพยาธิ โรคทางผิวหนัง ซึ่งได้แก่ เชื้อแบคทีเรีย ไวรัส พยาธิ เชื้อรา


7. น้ำที่มีกัมมันตภาพรังสี ได้แก่ น้ำที่มีสารกัมมันตรังสีเจือปนอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ โดยที่สารกัมมันตรังสี อาจเกิดขึ้นได้จากธรรมชาติในการสลายตัวของแร่หินหรือเกิดจากโรงงานนิวเคลียร์ปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำ


8. น้ำกร่อย ได้แก่ น้ำที่ละลายเกลือในดินหรือน้ำทะเลไหลซึม เข้ามาเจือปนจนน้ำเสื่อมคุณภาพไม่เหมาะสมในการใช้อุปโภค บริโภคหรือการเกษตรกรรม


      ซึ่งปัญหาของน้ำเสียนับวันยิ่งจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น  จึงมีความจำเป็นในการบำบัดน้ำเสีย ก่อนจะปล่อยน้ำลงสู่มาน้ำ หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ  ดังนั้น เมคคานิก้า เรามีตัวช่วยทำให้น้ำเสียกลายเป็นน้ำดีก่อนปล่อยลงสู้แม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำธรรมชาติ เราขอแนะนำเครื่องพัดลมดูด-เป่าอากาศแรงดันสูง Ringblow SANCO SC Series







การผลิตกระป๋องโดยใช้เครื่องสุญญากาศ



            อากาศร้อนๆแบบนี้ถ้าได้เครื่องดื่ม น้ำอัดลม เย็นๆสักกระป๋องก็คงจะชื่นใจ!! พอดื่มน้ำเสร็จแล้ว ก็เกิดความรู้สึกเอ๊ะในใจ..ว่ากระป๋องน้ำที่เราดื่มกันทุกวันนั้นผลิตมาจากวัสดุอะไร กรรมวิธีผลิตอย่างไร วันนี้เรามาไขข้อข้องใจกันดีกว่าค่ะ

กระป๋อง คือบรรจุภัณฑ์ชนิดหนึ่งที่ผลิตจากแผ่นโลหะม้วนเข้าหากันเป็นทรงกระบอก ปิดผนึกด้วยแผ่นโลหะวงกลมทั้งสองด้านโดยไม่ให้สัมผัสอากาศ สามารถเก็บรักษาที่อุณหภูมิห้องได้และจำเป็นต้องใช้การตัดหรือการฉีกฝากระป๋องเพื่อให้เปิดออก แต่ในปัจจุบันสามารถผลิตกระป๋องเพื่อให้เปิดได้ง่ายโดยใช้มือเปิดแทน
    
          มาตรฐานที่ใช้สำหรับการผลิตกระป๋องวัสดุที่จะนำมาผลิตกระป๋องจำเป็นต้องมีความปลอดภัยสูง แข็งแรงทนทาน ไม่มีส่วนผสมที่มีสารพิษตกค้าง สามารถทนทานต่อความร้อน ป้องกันการซึมผ่านของก๊าซ ไอน้ำและแสงได้ ต้องช่วยเก็บรักษากลิ่นและรสชาติของผลิตภัณฑ์ด้วย รวมไปถึงต้องสามารถหมุนเวียนกลับเข้ากระบวนการผลิตใหม่ได้

วิธีการบรรจุของเหลวลงไปในบรรจุภัณฑ์ สามารถแยกประเภทได้จากสภาพของการบรรจุภัณฑ์ในขณะที่ทำการบรรจุ 
ยกตัวอย่างคร่าวๆ ดังนี้
- การบรรจุแบบระบบสุญญากาศ ใช้สำหรับบรรจุภัณฑ์ที่เป็นของเหลวที่สามารถไหลได้ด้วยตัวเอง เป็นวิธีที่รวดเร็วและมีต้นทุนต่ำมาก นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย
- การบรรจุแบบระบบแรงโน้มถ่วง หัวบรรจุเป็นแบบที่มีสปริงกดและมีห่วงยางเพื่อที่จะไม่เกิดปัญหาเรื่องการหยดก่อนและหลัง แต่วิธีทำงานช้ากว่าระบบสุญญากาศ ระบบนี้ไม่เหมาะกับของเหลวที่มีความหนืดสูง
- การบรรจุแบบระบบความดัน มีการทำงานที่คล้ายคลึงกับการระบบแรงโน้มถ่วง ใช้ปั๊มเป็นตัวกลางเป็นตัวส่งแรงให้ เหมาะกับผลิตภัณฑ์ของเหลวที่มีความเหนียวข้น
- การบรรจุแบบระบบผสมความดันและสุญญากาศ ใช้สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะเป็นฟอง ของเหลวที่มีความเหนียวข้น ความดันจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์ไหลเร็วและสุญญากาศจะช่วยเร่งความเร็วในการบรรจุ

          ขั้นตอนกระบวนการผลิตกระป๋องเพื่อที่จะให้ได้มาตรฐานควรเลือกวิธีการผลิตและเครื่องมือในการผลิตให้เหมาะสม เพื่อจะไม่ให้มีสารตกค้างที่เป็นอันตรายเจือปนลงไปในกระป๋องปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคอย่างเรา ในปัจจุบันมีปั๊มสุญญากาศที่จะช่วยทำให้การผลิตกระป๋องทำได้ง่ายขึ้นและปลอดภัย มีมาตรฐานอย่าง เช่น ปั๊มสุญญากาศ OP DV Series เป็นปั๊มแบบโรตารี่แบบไม่ใช้น้ำมัน สินค้าคุณภาพนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ทนต่อการกัดสึกกร่อน ส่วนใหญ่โรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตพวกบรรจุภัณฑ์นิยมมาก



สร้างรายได้ด้วยการเลี้ยงกุ้งด้วยเครื่องเติมอากาศ

        

          ธุรกิจการเลี้ยงกุ้งเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจและสร้างรายได้ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ชอบทานเนื้อกุ้งเพราะมีรสชาติหวานอร่อยเป็นที่ต้องการของตลาดและยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะนำไปต้ม,ผัด,แกง,ทอดหรือนำมาแปรรูปตามความชอบของเราก็อร่อย ยิ่งถ้าหากกุ้งมีขนาดที่ใหญ่ราคาก็จะสูงตามขนาดของตัวกุ้ง ดังนั้นเกษตรจึงเล็งเห็นว่าการเลี้ยงกุ้งเป็นช่องทางธุรกิจอีกอย่างหนึ่งที่สามารถทำเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริมได้แต่การเลี้ยงกุ้งนั้นต้องอาศัยทักษะ ความรู้ ความเข้าใจและการดูแลเอาใจใส่เพื่อให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพที่ดีมากที่สุด

ขั้นตอนเริ่มต้นของการเลี้ยงกุ้ง

- โดยเริ่มที่การสร้างบ่อกุ้งโดยใช้อิฐบล็อกแบบง่ายๆ เทพื้น ฉาบปูนให้เรียบเนียน ส่วนมากนิยมทำเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ความลึกของบ่อที่เหมาะสมคือประมาณ 1 เมตร ไม่ควรลึกเกินไปเพราะจะทำให้ออกซิเจนในน้ำไม่เพียงพอ หรือหากบ่อตื้นเกินไปอาจจะทำให้น้ำเน่าเสียได้ง่ายและที่สำคัญบ่อไม่ควรอยู่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรมเพราะว่ามักจะมีของเสียปนมากับน้ำ เพราะการเลี้ยงกุ้งต้องเลี้ยงในน้ำที่สะอาดเท่านั้น ควรเปลี่ยนน้ำในทุกๆ 7-10 วันหรือเห็นว่าน้ำสกปรก

- การคัดเลือกซื้อพันธุ์ ให้เลือกลูกกุ้งที่มีขนาดประมาณ 4-5 ซม. พันธุ์กุ้งที่ดีควรมีการว่ายน้ำที่แข็งแรง ลำตัวใสในช่วงแรกๆ ต้องปล่อยกุ้งลงบ่อปริมาณน้อยๆก่อน เพื่อดูว่าสภาพแวดล้อมภายในบ่อกุ้งสามารถปรับตัวอยู่ได้แล้วไม่มีปัญหาจึงนำลูกกุ้งล็อตใหม่มาลงเพิ่มเติมได้

- อาหารของกุ้ง เป็นอาหารเม็ดชนิดจมควรมีโปรตีนไม่ต่ำกว่า 30% อาหารควรต้องคงสภาพในน้ำโดยไม่ละลายได้นานไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง แนะนำว่าอย่าให้อาหารกุ้งในปริมาณที่มากเกินไปเพราะจะเป็นการเพิ่มต้นทุนและยังทำให้น้ำเน่าเสียอีกด้วยหรือถ้าอาหารน้อยเกินไปก็จะทำให้กุ้งเจริญเติบโตช้า
- ปัจจัยอื่นๆ เช่นเรื่องของอุณหภูมิในบ่อ กุ้งแต่ละพันธุ์ชอบอุณหภูมิที่ไม่เหมือนกันต้องมีการควบคุมไม่ควรร้อนจัดหรืออากาศเย็นจัดและควรเติมแร่ธาตุ วิตามิน เกลือแกงเพื่อรักษาค่า PH ควรมีระดับค่ากรดเบสที่เท่ากันตลอดทุกเดือน 

-  ระบบการเพิ่มออกซิเจนในบ่อกุ้งมีวิธีง่ายๆคือการใช้เครื่องเติมอากาศอย่าง HIBLOW HP Series ซึ่งสามารถใช้กับบ่อลึกที่ไม่เกิน 2 เมตรน้ำ เพื่อเติมอากาศและเพิ่มออกซิเจนให้กับกุ้งในบ่อเลี้ยง เป็นการดีต่อกุ้งมากเพราะว่ากุ้งนั้นไม่ชอบน้ำนิ่ง เป็นเคล็ดลับที่สำคัญที่จะทำให้การเลี้ยงกุ้งประสบความสำเร็จมากขึ้น เพราะช่วยยืดเวลาไม่ให้น้ำเสียเร็วและไม่ต้องเปลี่ยนน้ำบ่อยครั้งเป็นการประหยัดต้นทุนได้เป็นอย่างดี
- 

เติมออกซิเจนง่ายๆให้บ่อปลาในบ้าน


         เนื่องจากปัจจุบันอากาศในบ้านของเรานับวันยิ่งจะร้อน..ร้อนมากขึ้นทุกวัน ทำให้คนส่วนใหญ่นิยมทำสระน้ำ ทำบ่อเลี้ยงปลาไว้ในบ้านเพื่อช่วยทำให้บรรยากาศดีขึ้น ร่มรื่นขึ้นและยังสามารถช่วยทำให้คลายร้อนได้อีกด้วย หรือตามความเชื่อเพื่อเป็นการเสริมฮวงจุ้ยให้มีน้ำพุ มีบ่อเลี้ยงปลาไว้ตำแหน่งที่หน้าบ้านเพราะจะทำให้ช่วยเพิ่มพลังความโชคดี โชคลาภ การเงินและความเจริญรุ่งเรืองเข้ามาในบ้านเป็นเรื่องความเชื่อที่ดีอีกอย่างหนึ่ง คนส่วนใหญ่เมื่อมีบ่อปลาแล้วก็มักจะมีการตกแต่งบริเวณรอบๆเพิ่มด้วยก้อนหินและต้นไม้ตามใจชอบเพื่อให้บรรยากาศมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้นและสามารถนั่งพักผ่อนในบริเวณนี้ได้อย่างเย็นสบาย เย็นใจ
ปริมาณออกซิเจนในบ่อเลี้ยงปลา เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญมากๆ ที่ส่งผลต่อคุณภาพของน้ำในบ่อเลี้ยงปลาจะต้องควบคุมให้มีคุณภาพดีอยู่เสมอ เพราะออกซิเจนจำเป็นต่อกระบวนการหายใจของสัตว์น้ำและการเจริญเติบโตของปลาอย่างมาก หากปริมาณของออกซิเจนในน้ำมีไม่เพียงพออาจส่งผลทำให้ปลาอ่อนแอและตายทั้งบ่อได้
ประเภทของเครื่องที่ใช้เติมอากาศ แบ่งออกได้คร่าวๆ ดังนี้
-เครื่องเติมอากาศที่บริเวณผิวน้ำ วิธีการทำงานจะตีน้ำหรือกวนน้ำให้กระจายขึ้นเพื่อมาสัมผัสกับอากาศเป็นเม็ดเล็กๆ เพื่อสัมผัสกับในอากาศเพื่อรับออกซิเจน
-เครื่องเติมอากาศบริเวณใต้น้ำ เป็นวิธีที่ให้ออกซิเจนสูงที่สุด วิธีการคือใช้มอเตอร์ที่สามารถจุ่มน้ำได้ ใส่ลงไปที่ใต้น้ำ อากาศหรือออกซิเจนจะถูกเป่าออกมาตามท่อ
-เครื่องเติมอากาศแบบฉีดพ่น เป็นวิธีการสูบฉีดฟองอากาศลงไปที่ใต้ผิวน้ำด้วยความเร็วสูงเพื่อให้เกิดการกระจายของอากาศลงไปตามแรงฉีดที่เข้าไปที่น้ำ
         ถือว่าเครื่องเติมอากาศเป็นสิ่งสำคัญและมีประโยชน์มากๆ ช่วยทำให้สภาพน้ำดีขึ้น ช่วยลดปริมาณก๊าซพิษได้ด้วย ควรเลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน สำหรับผู้ที่มีสระน้ำ มีบ่อปลาที่เลี้ยงไว้ในบริเวณบ้าน ขอแนะนำ เครื่องเติมอากาศ HIBLOW รุ่น HP Series เป็นสินค้ารุ่นยอดนิยมของทางเมคคานิก้า ด้วยจุดเด่นที่มีการพัฒนาในเรื่องของไซส์ให้มีขนาดกะทัดรัด ช่วยประหยัดพลังงาน มีเสียงเงียบและระบายความร้อนได้ดีอีกด้วย หากใครที่อยากมีมุมส่วนตัวไว้นั่งชิลล์ๆในวันหยุดพักผ่อน ลองทำบ่อเลี้ยงปลาดูสิค่ะ รับรองถูกใจคนในครอบครัวอย่างแน่นอนค่ะ 


วิธีการผลิตน้ำหอมกลิ่นดอกไม้โดยใช้ปั๊มสุญญากาศ



     น้ำหอมเปรียบเสมือนเครื่องประดับของเราอย่างหนึ่งไม่ต่างจากต่างหู สร้อยคอเลย โดยเฉพาะสาวๆเรื่องของกลิ่นความหอมเป็นเรื่องที่หลายๆคน ยากที่จะปฏิเสธ น้ำหอมเป็นตัวช่วยเสริมเสน่ห์ บ่งบอกถึงบุคลิกเฉพาะตัว รวมไปถึงช่วยทำให้อารมณ์ของเราดีขึ้นได้ เนื่องจากจมูกเราไวต่อสิ่งกระตุ้นเรื่องกลิ่นได้ไวมาก การทำน้ำหอมเป็นการปรุงผสมผสานกลิ่นต่างๆ ทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ ประกอบด้วยสารประกอบที่ทำให้กลิ่นหอมต้องคัดสรรที่มีคุณภาพดีมาเป็นส่วนของหัวน้ำหอม แอลกอฮอล์เป็นตัวที่ทำให้น้ำหอมฟุ้งกระจายและสารสกัดจากธรรมชาติหรือสารปรุงแต่งให้มีกลิ่นคล้ายกับกลิ่นธรรมชาติ เมื่อเวลาฉีดน้ำหอมเราจะได้กลิ่นน้ำหอมที่ละชั้นตามลำดับ 
  • Top notes เป็นกลิ่นแรกที่โดดเด่นออกมาและจางหายไปอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที 
  • Heart notes เป็นแก่นของน้ำหอมที่เราใช้ฉีด กลิ่นที่ผู้ได้รับกลิ่นจะสามารถจดจำกลิ่นนี้ได้ อยู่นานประมาณ 3-4 ชั่วโมง
  • Base notes เป็นกลิ่นสุดท้ายที่จะคงอยู่ช่วยสนับสนุนกลิ่นของน้ำหอมทั้งหมด เป็นโมเลกุลที่ระเหยได้ช้าทำให้กลิ่นคงอยู่ได้ตลอดวัน
  • Bridge เป็นกลิ่นที่อ่อนไหวที่สุด หัวน้ำหอมที่เจือจางรวมกันกับกลิ่นผู้ใช้ทำให้ออกมาเป็นกลิ่นที่เฉพาะตัวของผู้ฉีด
ขั้นตอนการผลิตน้ำหอมกลิ่นดอกไม้


1.เตรียมดอกไม้ตามที่เราต้องการนำมาเลือกเอาเฉพาะดอกเท่านั้น นำดอกไม้ใส่ในภาชนะทิ้งไว้เทน้ำมันมะกอกลงไปจากนั้นใช้ปั๊มสุญญากาศเป็นตัวช่วยกลั่นน้ำหอมออกมาจากดอกไม้ สำคัญมากคือปั๊มสุญญากาศจะช่วยย่นเรื่องของเวลาทำให้กลั่นน้ำหอมออกมาได้เร็วขึ้นกว่า 3-4 เท่ากว่าเวลาปกติ เมื่อเราได้น้ำหอมออกมาเรียบร้อยแล้วให้ใส่ขวดคลุมด้วยพลาสติกเก็บไว้ก่อน

2.เตรียมหัวน้ำหอม แอลกอฮอล์และสารสกัดจากธรรมชาติ คนส่วนผสมพร้อมจดรายละเอียดสัดส่วนให้ละเอียด เริ่มคำนวณปริมาณส่วนผสมตามที่ต้องการ จากนั้นหยดน้ำหอมที่ได้ลงไปที่กระดาษสำหรับน้ำหอมโดยเฉพาะเพื่อดมกลิ่นตามที่เราต้องการ หากต้องการที่จะเปลี่ยนกลิ่นหรือดมครั้งต่อไปให้ขั้นด้วยกลิ่นของกาแฟจะทำให้จมูกเรากลับมาพร้อมสำหรับดมกลิ่นต่อไปได้

     เทรนด์กลิ่นน้ำหอมในปัจจุบันส่วนใหญ่นิยมกลิ่นอ่อนๆ ให้กลิ่นที่ไม่แรง ไม่ฉุน กลิ่นที่ผลิตจากดอกไม้,ผลไม้หรือกลิ่นที่ให้ความสดชื่นเพิ่มมากขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมน้ำหอมได้มีการพัฒนากลิ่นต่างๆออกมาเพื่อตอบโจทย์คุณลูกค้ามากขึ้น ปั๊มสุญญากาศจึงเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ช่วยทำให้ผลิตน้ำหอมออกมาได้มีกลิ่นที่ชัดเจน คงทน มีคุณภาพดีและที่สำคัญช่วยทำให้ลดเวลาในการกลั่นน้ำหอมได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยการทำงานของปั๊มสุญญากาศ  




คิดให้ดีก่อนซื้อ สินค้าเลียนแบบที่ไม่ได้มาตรฐาน



3 ความแตกต่างระหว่าง KOSHIN LP-32 สินค้าคุณภาพจากประเทศญี่ปุ่นกับสินค้าเลียนแบบจากประเทศไต้หวัน

1.ปั๊มสูบน้ำมันแบบมือหมุน Koshin LP Series รุ่น LP-32 ช่วยประหยัดเวลา ผ่อนแรงผู้ใช้งาน โดยให้อัตราการไหล (Flow Rate) 1 ลิตรต่อการหมุนหนึ่งครั้ง  ซึ่งสินค้าเลียนแบบจากประเทศไต้หวัน ให้อัตราการไหล (Flow Rate) 0.73 ลิตรต่อการหมุนหนึ่งครั้ง  ทำให้ใช้เวลามากขึ้นถึง 27%


        2.ตัวเฟือง(GEAR)ในการขับเคลื่อน KOSHIN LP-32 มีความแข็งแรง โดยผ่านการชุบผิวให้แข็ง สามารถรองรับการหมุนได้มากกว่าสินค้าเลียนแบบจากประเทศไต้หวัน ทำให้อายุการใช้งานยาวนานถึง 3 เท่า 


      3.ลูกปืน(Bearing)KOSHIN LP-32 ผลิตจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทำมาจากวัสดุที่แข็งแรง ทนทาน อายุการใช้งานยาวนานกว่า สินค้าเลียนแบบจากประเทศไต้หวัน ที่ลูกปืนผลิตจากประเทศจีน
 




การวิเคราะห์น้ำเสียด้วยปั๊มสุญญากาศ


        น้ำเสีย เป็นน้ำที่มีการปนเปื้อนของสารอินทรีย์หรือสารอนินทรีย์ที่เกิดจากการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม การใช้น้ำจากบ้านเรือนที่อยู่อาศัยซึ่งอาจก่อให้เป็นสารพิษทำให้คุณภาพของน้ำ สีของน้ำ กลิ่นของน้ำมีการเปลี่ยนไปจากเดิม

หลักการวิธีเก็บตัวอย่างน้ำเสีย เพื่อนำมาใช้สำหรับวิเคราะห์ จะต้องรู้รายละเอียดเกี่ยวกับจุดเก็บตัวอย่างนั้นๆ สภาพแวดล้อมบริเวณนั้น ตำแหน่งที่จะเก็บตัวอย่าง มีความชำนาญในการใช้เครื่องมือเก็บตัวอย่างรวมถึงความเข้าใจวิธีการรักษาตัวอย่าง การขนส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการและที่สำคัญต้องมีความซื่อสัตย์ในการบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการเก็บตัวอย่างจะต้องลงข้อมูลที่เป็นไปตามความจริง

จุดเก็บตัวอย่างของน้ำ
1.แหล่งน้ำไหล ได้แก่ แม่น้ำ ลำธาร ห้วย คลอง คุณสมบัติของน้ำจะแปรผันตามความลึก ความเร็วของกระแสน้ำและระยะห่างจากฝั่ง เป็นต้น โดยทั่วไปแล้วการเก็บตัวอย่างน้ำ ควรเก็บแบบผสมผสานจากส่วนผิวน้ำไปยังท้องน้ำแล้วนำมารวมกัน
2.แหล่งน้ำนิ่ง ได้แก่ หนอง บึง อ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบ คุณสมบัติของน้ำจะแปรผันตามฤดูกาล การแบ่งชั้นน้ำ ปริมาณน้ำฝน น้ำไหลบ่า ดังนั้นการเลือกจุดเก็บ ความลึก ความถี่ของการเก็บตัวอย่างขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการศึกษา
3.การเก็บตัวอย่างน้ำทิ้ง ให้เก็บตัวอย่างจากปลายท่อระบายน้ำ ณ ที่โรงงานอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรมหรือพื้นที่ประกอบกิจกรรมต่างๆ เก็บตัวอย่างทุก 2 ชั่วโมงต่อเนื่องกัน
4.การเก็บตัวอย่างน้ำจากบ่อที่มีปั๊มมือหรือสูบโยก จะต้องปั๊มน้ำหรือสูบทิ้งประมาณ 3-5 นาที แล้วจึงค่อยทำการเก็บตัวอย่างน้ำ
5.การเก็บตัวอย่างน้ำจากก๊อกประปา ควรเลือกก๊อกที่ต่อตรงจากท่อ การเก็บตัวอย่างน้ำควรใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ทำความสะอาดก๊อกน้ำก่อน แล้วเปิดก๊อกให้น้ำไหลทิ้งประมาณ 3-5 นาที ต้องระวังอย่าให้ปากขวดสัมผัสหรือสิ่งอื่นๆเพราะจะทำให้ปนเปื้อนได้

      หลังจากที่ได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำจากจุดเก็บตัวอย่างน้ำมาแล้ว เราจะมาเริ่มวิธีการวิเคราะห์น้ำเสียเป็นการวัดปริมาณความสกปรกของน้ำ วัดปริมาณของออกซิเจนในน้ำโดยใช้ปั๊มสุญญากาศเป็นตัวช่วยดูดอากาศออกและช่วยลำเลียงน้ำให้มีอัตราการไหลที่เร็วขึ้นกว่าปกติ ทำให้การวิเคราะห์ผลเป็นไปอย่างรวดเร็ว และแม่นยำ ซึ่งปั๊มสุญญากาศ หรือ Vacuum pump นิยมนำใช้กับงานในห้องทดลองวิทยาศาสตร์  เพื่อวิเคราะห์น้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ  รุ่นที่แนะนำ ก็คือ ปั๊มสุญญากาศ Gast รุ่น DOA Series เป็นปั๊มสุญญากาศระบบ Diaphragm มีขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาสะดวก ไม่มีละอองน้ำมันมาปนเปื้อน ทำให้ได้ผลวิเคราะห์ที่รวดเร็ว ประหยัดเวลา ผลที่แม่นยำมากขึ้น    

        ทางบริษัท เมคคานิก้า จำกัด เรามีจำหน่ายปั๊มสุญญากาศที่หลากหลาย มีทั้งระบบ Diaphragm,ระบบ Oil Free Rotary Vane,ระบบ Oil Rotary Vane และระบบ Rocking Piston หากต้องการข้อมูล สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม  รวมทั้งวิธีการใช้งานแต่ละระบบเพื่อนำไปใช้ให้เหมาะสมกับงาน ทางเรามีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำโดยตรง